วิธีรักษารอยแผลเป็น ให้ผิวสวยดั่งเดิม

วิธีรักษารอยแแผลเป็น
วิธีรักษารอยแแผลเป็น

แผลเป็น เป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ไม่อยากเป็น เนื่องด้วยมันทำให้ผิวเราไม่สวย มีตำหนิ ไม่น่ามอง ยิ่งถ้าอยู่บนใบหน้ายิ่งไปกันใหญ่ ทำให้ความสวย ความหล่อ ลดน้อยลงไปอีก ดังนั้นเราก็ควรจะรักษาแผลเป็นให้หาย ให้ผิวกลับมาเนียนดั่งเดิม ด้วยวิธีการดูแลแผลเป็นอย่างถูกวิธี ลดเลื่อนแผลเป็นให้หาย ด้วยการสมานผิวของร่างกายอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ดังนั้นเรามาดูเคล็ดลับลบแผลเป็นกันดีกว่าค่ะ เพื่อผิวที่สวยมีสุขภาพดีอย่างสมํ่าเสมอ

สาเหตุของแผลเป็น

แผลเป็นนั้นมีสาเหตุจากการที่เป็นแผลก่อน หลังจากนั้นร่างกายจะสมานผิวได้เองตามธรรมชาติ แต่ผิวที่เกิดขึ้นมาใหม่นั้น จะไม่มีต่อมเงื่อ ไขมัน  และรูขุมขน แถมผิวยังบอบบางมากด้วย ยิ่งถ้าแผลลึกแล้วละก็จะเกิดแผลเป็นที่นูนขึ้นมาได้เรียกว่า คีลอยด์ทำให้ผิวเราไม่สวย ไม่เรียบเนียนดังนั้นเราต้องใช้วิธีลบเลือนรอยแผลเป็นที่มีหลายวิธี เพื่อให้แผลเป็นหายไป จนถึงไม่ให้เห็นชัดที่สุด

วิธีรักษารอยแผลเป็น

ในปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาแผลเป็นให้หายขนาดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สามารถทำให้แผลเป็นตื้นขึ้น และจางลงได้บ้าง โดยจะใช้การรักษาหลายวิธีร่วมกันตามขนาดของแผลเป็นเช่น ใช้ยาทาแก้แผลเป็น ใช้แผ่นเจลซิลิโคนปิดบนแผลเป็น ฉีดยาสเตียรอยด์ ฉีดฟิลเลอร์ สักสีผิว เลเซอร์แผลเป็น และการลอกผิวด้วยกรดผลไม้ จะช่วยให้แผลเป็นเรียบเนียน และจางลงได้มากที่สุด

  • ใช้ยาทาแก้แผลเป็น เป็นวิธีที่นิยมใช้รักษามากที่สุดสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาจะเป็น ยาทากลุ่มสเตียรอยด์ ยาทาที่เป็นซิลิโคนเจล ยาทาที่ผสมมิวโคโพลีแซคคาไรด์  ซึ่งจะช่วยให้แผลเป็นมีสีจางลงหรือบางลงได้ แต่ต้องใช้เวลานานพอสมควร
  • ใช้แผ่นเจลซิลิโคนปิดแผลเป็น แผ่นเจลซิลิโคนที่สามารถยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหวของผิวหนัง ซึ่งช่วยลดการขยายตัวของแผล ลดการสูญเสียน้ำออกจากบริเวณรอยแผลเป็น มักใช้กับแผลใหม่ๆ โดยปิดทับแผลมากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน อาจใช้ระยะเวลานาน 4-6 เดือน
  • ฉีดยาสเตียรอยด์ วิธีนี้ควรอยู่ในการรักษาดูแลของแพทย์ เนื่องจากต้องฉีดยาเข้าใต้แผลเป็น เพื่อให้แผลเป็นยุบตัวลง จะต้องฉีดยาหลายครั้ง ครั้งละประมาณ 0.5-1 CC ซึ่งห่างกันประมาณ 1 เดือน โดยจะทำให้แผลเป็นเรียบเนียนมากขึ้น และขึ้นอยู่กับขนาดของแผล
  • ฉีดฟิลเลอร์ ใช้สำหรับแผลเป็นที่เป็นรอยบุ๋ม เช่นบนหน้าที่เกิดจากหลุมสิว โดยแพทย์จะฉีดสารสังเคราะห์เข้าไปในรอยบุ๋ม เพื่อทำให้ผิวดูเต็มขึ้น เรียบเนียน จะเห็นผลคงอยู่ประมาณ 6-8 เดือน พอครบกำหนดต้องไปฉีดใหม่ โดยใช้ คอลลาเจน และสาร HA (hyaluronic acid) เป็นสารที่ฉีดเข้าไป เพื่อให้ไปเติมเต็มรอยบุ๋มนั้นเอง
  • สักสีผิวบนแผลเป็น ใช้การสักทับลงเป็นแผลเป็น โดยจะใช้สีที่สักให้เหมาะสมกับสีผิวของคนที่มีแผลเป็น ในการสักทับลงไป เพื่อให้สีแผลเป็นดูเนียนกับผิวนั้นเอง
  • กรดผลไม้รักษาแผลเป็น โดยจะใช้กรดผลไม้ทาที่แผลเป็น แต่จะเห็นได้น้อย เหมาะกับใช้บริเวณที่แผลเป็นตื้นๆ
  • เลเซอร์รักษาแผลเป็น เป็นวิธีที่ดีมาก แต่ค่าใช้จ่ายสูง โดนยิงเลเซอร์ไปที่แผลเป็น จะทำลายเนื้อเยื่อผิวที่นูน และปรับแต่งให้เรียบเนียนขึ้น
  • ฉายรังสีรักษาแผลเป็น วิธีนี้ช่วยลบเลือนแผลเป็น ช่วยไม่ให้แผลเป็นนูนมากยิ่งขึ้น
  • การทำ IPL (Intense Pulse Light) เป็นการใช้พลังงานของแสง ไปช่วยทำให้เนื้อเยื่อที่เป็นพังผืดเกิดการเรียงตัวใหม่ ได้เป็นระเบียบมากขึ้น และทำให้แผลมีขนาดเล็กลง แต่การรักษาต้องทำอย่างต่อเนื่องและใช้เวลานานพอสมควร
  • ใช้ความเย็นรักษาแผลเป็น ( Cryotherapy ) ใช้ไนโตรเจนเหลวจี้บริเวณแผลเป็น เหมาะกับแผลเป็นที่นูนหนา ความเย็นจะทำให้เกิดภาวะเป็นถุงน้ำและเกิดการแตกสลายไป
  • การผ่าตัดแผลเป็น แล้วเย็บใหม่ การผ่าตัดแก้ไขจะทำเมื่อแผลเป็นนั้นสมบูรณ์เต็มที่แล้ว อาจต้องผ่าตัดนำผิวหนังส่วนใดส่วนหนึ่งมาปิด แก้ไขแผลเป็นเดิม การผ่าตัดจะต้องทำโดยศัลยแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ

วิธีรักษาแผลเป็นนั้น มีวิธีหลายวิธีที่กล่าวไปข้างต้น ดังนั้นคุณควรจะเลือกวิธีที่เหมาะแก่แผลเป็น และค่าใช้จ่ายแต่ละวิธี  ถ้าคุณเป็นแผลเป็นน้อยไม่ได้ลึก และไม่กว้างนัก ก็สามารถใช้วิธีง่ายๆด้วยการ ทาครีมที่หาซื้อได้ตามร้านขายยา หรือใช้กรดผลไม้ รักษาได้ แต่ถ้าเป็นมาก แล้วอยู่บริเวณที่เห็นได้ชัดเช่นใบหน้า ก็สามารถรักษาด้วยการเลเซอร์ได้ แต่จะหายขาดได้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิว แต่ส่วนใหญ่จะทำให้จางลงได้มาก ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาค่ะ

SHARE