วิธีการลดน้ำหนักให้เห็นผล สร้างสุขภาพดี ไม่มีโยโย่

0
65
healty-ลดนํ้าหนัก
healty-ลดนํ้าหนัก

ปัจจุบันสาวๆ หันมาสนใจดูแลรูปร่างหน้าตาของตัวเองกันมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อความมั่นใจด้วย และสร้างสุขภาพที่แข็งแรงด้วย อย่างไรก็ตาม มักมีทฤษฎีการลดน้ำหนักที่ผิดๆ ออกมา แม้เห็นผลจริงแต่ในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของสาวๆ ได้ ต้องเข้าใจก่อนว่าการลดน้ำหนักที่ดีนั้น คือกำจัดไขมันส่วนเกิน ดังนั้นการที่น้ำหนักลดก็ไม่อาจการันตีได้ว่าเราผอมลงและจะไม่กลับมาอ้วนอีก ต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนมุมมองต่อการคิดจะลดน้ำหนัก การกินยาลดความอ้วน อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพและถ้าหากหยุดยา อาจทำให้เกิดการโยโย่ กลับมาอ้วนซ้ำ หรือยาบางตัวอาจทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรงได้ ดังนั้น ถ้าไม่อยากเสี่ยง ก็ควรลดน้ำหนักด้วยการเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองดีกว่าให้สิ่งเร้าภายนอกมากดดันมันนะคะ วันนี้เรามีทริคดีๆ ที่อยากมีหุ่นสวย สุขภาพดี มาฝากสาวๆ กันด้วยค่ะ

3 แหล่งพลังงานของร่างกาย

1. คาร์โบไฮเดรต แหล่งพลังงานแรกที่ร่างกายจะดึงมาใช้
2. โปรตีน เป็นแหล่งพลังงานที่จะถูกดึงมาใช้หากคาร์โบไฮเดรตไม่เพียงพอในร่างหาย ส่งผลให้กล้ามเนื้อหายไปและส่งผลต่อระบบภูมิต้านทานของร่างกายอีกด้วย ทำให้เราอ่อนแอได้ง่าย
3. ไขมัน แหล่งพลังงานสุดท้ายที่ร่างกายจะดึงมาใช้ หากโปรตีนหมด

ยิ่งอด ยิ่งอ้วน

ทฤษฎีที่ว่าอดอาหารเย็นหรือกินน้อยมากๆ ในแต่ละมื้อนั้น มีสาวๆ เลือกปฎิบัติกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีนะคะ ในเมื่อร่างกายมีปริมาณจำเป็นของสารอาหารที่เราควรได้รับจากการกินอยู่แล้ว แต่การอดทำให้ร่างกายต้องขาดสารอาหาร ทำให้อวัยวะต้องทำงานอย่างหนัก อาจทำให้เกิดการศึกหรอได้ ในสัปดาห์แรกๆ ทำให้น้ำหนักเราลดลงก็จริง แต่เราไม่สามารถปฎิบัติเช่นนี้ไปได้ตลอด ทำให้มีความอยากอาหารมากขึ้น ถ้าเรากลับมากิน มันจะกินหนักกว่าเดิม ทำให้น้ำหนักเพิ่มมากยิ่งขึ้นอีก

เคล็ดลับการลดน้ำหนักที่ถูกวิธี

1. จำกัดปริมาณแคลอรี่การกินต่อวัน การลดน้ำหนักให้ได้ผลที่ดีนั้น ควรจะให้ร่างกายมีการเผาผลาญประมาณ 3,500 แคลอรี่ต่อสัปดาห์ ประมาณว่าต่อวันคุณควรเผาผลาญแคลอรี่ให้ได้ 500 แคลอรี่ ซึ่งอาจเป็นการยากที่ต้องใช้วิธีการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว ดังนั้น การลดของหวานที่ส่วนใหญ่มีพลังงานประมาณ 250 แคลอรี่ลงนั้น ก็เป็นการช่วยลดการเผาผลาญที่ไม่จำเป็นได้อีกทาง
2. การออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อช่วยลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วนของเรา
– Basal Metabolic Rate คือ อัตราการเผาผลาญของร่างกายในชีวิตประจำวัน จะช่วยให้ทราบปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายต้องลดต่อวัน
– การออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก เช่น วิ่ง เต้นแอโรบิค ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ ร่างกายจะดึงพลังงานไขมันส่วนเกินมาใช้ ในสภาวะที่หัวใจเต้น 130-150 ครั้งต่อนาที
– การออกกำลังกายเพื่อกระชับสัดส่วน คือการออกกำลังกายเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายหลายๆครั้ง เพื่อให้เกิดอาการล้าของกล้ามเนื้อ เช่น เวทเทรนนิ่ง (Weight Training)
– การออกกำลังกายเพื่อลดความอ้วนและกระชับสัดส่วนไปพร้อมกัน เช่น การออกกำลังกายประยุกต์การชกมวย (Boxing) โยคะร้อน (Hot Yoga)
ทั้งนี้ วิธีการออกกำลังกายที่เหมาะกับแต่ละคนก็ต่างกัน ทั้งอายุ เพศ และความต้องการ สิ่งสำคัญคือการทำเป็นประจำ 35 วันต่อสัปดาห์นะคะ
3. ดื่มน้ำเยอะๆ การดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารทุกมื้อจะช่วยให้คุณกินอาหารได้น้อยลง หรือเลือกกินอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำเยอะ การดื่มน้ำจะช่วยให้ระบบเผาผลาญของคุณทำงานได้ไวขึ้น
4. รับประทานมื้อเช้า เป็นสิ่งที่จำเป็นและควรทำให้เป็นกิจวัตรในทุกวัน เพราะการรับประทานในตอนเช้าจะช่วยให้ร่างกายคงระดับฮอร์โมนที่ใช้ในการเผาผลาญไว้
5. รับประทานผักและผลไม้ เป็นอาหารที่มีแคลอรี่ต่ำ ควรบริโภคให้ได้อย่างน้อย 5 วันต่อสัปดาห์ ช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย
6. งด Junk foods เช่น เฟรนช์ฟราย ไก่ทอด แฮมเบอร์เกอร์แอลกอฮอล์ต่างๆ เป็นอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง ทำให้คุณโมโหง่ายและเฉื่อยชา เป็นศัตรูหลักอย่างหนึ่งต่อการลดน้ำหนัก ควรงดน้ำตาล นม คาเฟอีน
7. จัดเตรียมมื้ออาหารด้วยตัวเอง เสียเวลาสักนิดมาจัดเตรียมอาหารที่เราสามารถจำกัดแคลอรี่ได้เอง ดีกว่าการเลือกกินตามร้านค้าที่เราควบคุมไม่ได้ และจะลำบากในการจัดการการเผาผลาญเข้าไปอีก
8. มีความสุขกับการกิน อย่าพยายามอดอาหาร หรือยัดอาหารเข้าไปถ้าหากว่าคุณอิ่มแล้วจริงๆ ควรกินแต่พอดี ไม่ต้องฝืนมาก เพราะจะทำให้คุณหิวโหยหรือจุกเสียดจากอาหารได้ เน้นมื้อเช้า และเบาในมื้อเย็นนะคะ
9. หาเพื่อนลดน้ำหนัก หาคนที่มีเป้าหมายเช่นเดียวกับคุณ ดูแลกระบวนการลดไปพร้อมๆกัน ช่วยกันคิดและออกกำลังกายร่วมกัน สร้างแรงจูงใจจากกันและกันเพี่อให้ไปถึงเป้าหมาย
10. ให้รางวัลกับตัวเอง หมั่นสร้างแรงจูงใจให้ลดน้ำหนักได้ เช่น ถ้าหากลดได้ 3 กิโลกรัม จะได้ไปเที่ยวโตเกียว ทั้งนี้ไม่ควรให้รางวัลตัวเองด้วยอาหาร เดี๋ยวที่ทำมาทั้งหมดตะบะแตกนะคะสาวๆ

ไม่ว่าคุณคิดจะทำสิ่งใดแต่ถ้าหากไม่ลงมือทำมันจริงๆ ก็เท่านั้น การลดน้ำหนักที่ดีไม่ควรส่งผลได้ไวจนเกินไป ให้พึงระลึกได้เลยว่าอาจส่งผลไม่ดีตามมา ดังนั้นการมีความอดทนค่อยๆทำไป ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปเรื่อยๆ จนเกิดเป็นนิสัยที่ดี จะทำให้สุขภาพระยะยาวของคุณไร้กังวลและเป็นไปตามที่คุณต้องการ อย่ารีบร้อน และสิ่งสำคัญที่สุดคือใจ เป็นกำลังใจให้สาวๆ ทุกคนทำสำเร็จนะคะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here